<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2964120587085873482</id><updated>2011-04-21T20:49:45.832-07:00</updated><title type='text'>tukkie~*</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tukkielisswu.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2964120587085873482/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tukkielisswu.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>tukkie_lisswu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12143993742964931674</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_zbbnxgoe748/R4rnT1BeJuI/AAAAAAAAAAk/cRU_PC-5Lrc/S220/NHst60850259-02.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2964120587085873482.post-7106106092000964244</id><published>2008-01-06T19:47:00.000-08:00</published><updated>2008-01-06T19:52:23.495-08:00</updated><title type='text'>ห้องสมุดประชาชนหลังปฏิรูปการศึกษาจะเป็นอย่างไร</title><content type='html'>ห้องสมุดประชาชนหลังปฏิรูปการศึกษาจะเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กุลธร เลิศสุริยะกุล   ประธานชมรมห้องสมุดประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เป็นที่ทราบกันว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 25ได้กำหนดให้ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตเช่นเดียวกับ พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะสวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ เป็นการปรับเปลี่ยนสถานภาพจากเดิมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสถานศึกษาสังกัดกศน. ทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานห้องสมุดประชาชนจำนวนไม่น้อยรู้สึกกังวลใจ และไม่แน่ใจว่าสถานภาพของตนเองจะดีขึ้น หรือเหมือนเดิมหรือแย่กว่าที่เป็นอยู่ ทั้งๆ ที่คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาได้พยายามย้ำเสมอว่า การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคลากรคือไม่ให้ข้าราชการเสียประโยชน์     เมื่อเดือนเมษายน 2542 ที่ผ่านมา สปศ.ได้จัดทำรายงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเรียกว่า “พิมพ์เขียว”เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542เป็นรายละเอียดบรรจุอยู่ในเอกสารมากกว่า 10 เล่ม มีความหนาไม่น้อยกว่า 2,000 หน้าจากเอกสารดังกล่าวมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดประชาชนและบุคลากรของห้องสมุดปรากฎอยู่ในเอกสารภาคผนวกเล่มที่ 1โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ……..”ถือเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญมากที่สุดฉบับหนึ่งที่ต้องเสนอต่อรัฐสภาเพื่อตราขึ้นใช้บังคับ ซึ่งมีสาระสำคัญที่สามารถระบุถึงสถานภาพของห้องสมุดประชาชนและบุคลากรได้ในเบื้องต้นคือสถานภาพของห้องสมุดประชาชน     &lt;br /&gt;- ตามความในมาตรา 4 ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ระบุให้ “หน่วยงานการศึกษา”หมายความว่า(1) สถานศึกษา (2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (3) แหล่งการเรียนรู้ (4) หน่วยงานประเภทต่างๆ ตามประกาศกระทรวง และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 25 กำหนดให้ ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งการเรียนรู้ ดังนั้นห้องสมุดประชาชนจึงมีสถานภาพเป็นหน่วยงานการศึกษา    &lt;br /&gt;- ห้องสมุดประชาชนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา    &lt;br /&gt;- ห้องสมุดประชาชนมีอำนาจในการบริหารงบประมาณบริหารวิชาการบริหารบุคลากร และบริหารทั่วไป เช่นเดียวกับสถานศึกษา    &lt;br /&gt;- การบริหารจัดการและการดำเนินงานห้องสมุดประชาชน จำเป็นต้องมีคณะกรรมการห้องสมุดประชาชนเช่นเดียวกับคณะกรรมการสถานศึกษา&lt;br /&gt;สถานภาพของบุคลากรห้องสมุดประชาชน    &lt;br /&gt;- ตามหลักการที่ให้ข้าราชการกระทรวงการศึกษาฯ ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ลงไปเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด ดังนั้นบรรณารักษ์ และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจึงต้องเปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการพลเรือนมาเป็นข้าราชการภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา    &lt;br /&gt;- บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีตำแหน่งเป็น “บุคลากรทางการศึกษา” ในฐานะผู้สนับสนุนการศึกษา ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน    &lt;br /&gt;- บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ในเบื้องต้นกฎหมายกำหนดให้ผู้บริหาร ครู และศึกษานิเทศก์เท่านั้นที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ    &lt;br /&gt;- การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตำแหน่ง และการรับเงินเดือนของข้าราชการ พลเรือนสามัญมาใช้บังคับโดยอนุโลม    &lt;br /&gt;- บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุด อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา&lt;br /&gt;บทบาทภารกิจของห้องสมุดประชาชน     กล่าวโดยสรุป ห้องสมุดประชาชนในอนาคตจะมีสถานภาพเป็น “หน่วยงานการศึกษาทำหน้าที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งถือเป็นบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการศึกษา จึงขอเสนอบทบาทภารกิจที่ห้องสมุดประชาชนควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้คือ  การวิเคราะห์ความต้องการ เป็นภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ และการจัดองค์ประกอบการเรียนรู้การวิเคราะห์ความต้องการควรดำเนินการให้ครอบคลุม คือ    &lt;br /&gt;1. การวิเคราะห์ผู้เรียน หรือผู้รับบริการ เพื่อต้องการทราบถึง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ ความสามารถในการเรียนรู้ ความต้องการการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ของผู้รับบริการ    &lt;br /&gt;2. การวิเคราะห์ชุมชน หมายถึง การศึกษาข้อมูลชุมชนที่นำมาใช้ประโยชน์ต่อกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างแท้จริง การพัฒนาองค์ประกอบการเรียนรู้ ได้แก่    &lt;br /&gt;1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากสื่อที่หลากหลายทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อสากล รวมทั้งสื่อเทคโนโลยี    &lt;br /&gt;2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้รู้    &lt;br /&gt;3. การพัฒนาเนื้อหาองค์ความรู้ที่เป็นเนื้อหาเฉพาะในท้องถิ่น ลักษณะของหลักสูตรท้องถิ่น    &lt;br /&gt;4. จัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และเหมาะสมกับคุณลักษณะของผู้รับบริการ    &lt;br /&gt;5. จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยระบบเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งลักษณะเชื่อมประสาน แลกเปลี่ยนและส่งต่อการบริการ    &lt;br /&gt;6. พัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนหรือผู้รับบริการตั้งแต่ทักษะขั้นพื้นฐาน การอ่าน การเขียน การทำความเข้าใจเนื้อหา รวมทั้งความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ การจัดการและระบบส่งเสริมการเรียนรู้ ควรให้ความสำคัญใน 3 ประการ คือ    &lt;br /&gt;1. รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลาหลาย ทั้งภายในและภายนอก ห้องสมุด    &lt;br /&gt;2. ระบบบริการประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบผลสำเร็จของการเรียนรู้ และสามารถนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ได้ตามความประสงค์    &lt;br /&gt;3. บริการเทียบโอนความรู้ เพื่อสิทธิในการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ไปสู่ระบบการยอมรับความรู้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นที่เสนอแนะให้บุคลากรของห้องสมุดประชาชนได้พิจารณา เพื่อเป็นการตรวจสอบภารกิจเดิมที่ทำอยู่ และเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาห้องสมุดประชาชนไปสู่บทบาทที่พึงประสงค์ ตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาสถานภาพห้องสมุด และบุคลากรเพื่อตอบสนองบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ&lt;br /&gt;      สืบเนื่องจากสาระบัญญัติใน  พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดให้ระบบการศึกษา มี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยให้จัดการศึกษาทั้ง 3 รูปแบบผสมผสานกันถ่ายโอนกันได้ และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งการศึกษาตามอัธยาศัยนั้น เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้ห้องสมุดจึงถือเป็นกลไกสำคัญของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะเป็นศูนย์รวมที่มีทรัพยากรและองค์ประกอบการเรียนรู้ที่ หลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายได้ทุกประเภท ตามเจตนารมณ์ของปรัชญา“ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” และการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังนั้น บุคลากรที่ปฏิบัติงานในห้องสมุดจึงต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะสูงยิ่งต่อการบริหารจัดการทรัพยากร และองค์ประกอบการเรียนรู้เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ห้องสมุดทุกประเภทสามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และบรรลุวัตถุประสงค์ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เห็นควรพัฒนาสถานภาพห้องสมุดและบุคลากรดังต่อไปนี้      &lt;br /&gt;1. การพัฒนาสถานภาพบุคลากรห้องสมุด         &lt;br /&gt;1.1 กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ให้บทบาทหน้าที่ของบรรณารักษ์เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในความหมายเดียวกันกับ“ครูผู้สอน”         &lt;br /&gt;1.2 ส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรห้องสมุดทุกประเภทให้มีความรู้ทักษะที่เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของห้องสมุดในฐานะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ รูปแบบของการศึกษาตามอัธยาศัย         &lt;br /&gt;1.3 กำหนดให้บรรณารักษ์เป็นวิชาชีพในมาตรฐานเดียวกับผู้สอนและผู้บริหาร โดยให้ผู้ประกอบวิชาชีพบรรณารักษ์สามารถมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและได้รับสิทธิผลตอบแทนในหลักเกณฑ์เดียวกัน   &lt;br /&gt;2. การพัฒนาสถานภาพห้องสมุด         &lt;br /&gt;2.1 พัฒนาห้องสมุดทุกประเภทให้มีบทบาท ภารกิจ เป็น Learning Center มากกว่าเป็น Service Center เพื่อเป็นกลไกสำคัญของ กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง         &lt;br /&gt;2.2 ปรับเปลี่ยนสถานภาพของสมาชิกและผู้ใช้บริการห้องสมุดเป็น “ผู้เรียน”         &lt;br /&gt;2.3 ปรับปรุงสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ เหมาะสมต่อบทบาท ภารกิจ และหลักการจัดการศึกษาที่ห้องสมุดจะสามารถเป็นศูนย์กลางการ เรียนรู้ในรูปแบบของการศึกษาตามอัธยาศัย         &lt;br /&gt;2.4 ยอมรับให้องค์กรวิชาชีพ “สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย” มีหน้าที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐาน และดำเนินการเกี่ยวกับการประกันคุณภาพห้องสมุด ทุกประเภทรวมทั้งการอนุญาตใบประกอบวิชาชีพบรรณารักษ์     ข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นมิได้เป็นการเรียกร้องในสิ่งที่เกินความน่าจะเป็นตรงกันข้ามข้อเสนอนี้เป็นเพียงความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2964120587085873482-7106106092000964244?l=tukkielisswu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tukkielisswu.blogspot.com/feeds/7106106092000964244/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2964120587085873482&amp;postID=7106106092000964244' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2964120587085873482/posts/default/7106106092000964244'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2964120587085873482/posts/default/7106106092000964244'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tukkielisswu.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='ห้องสมุดประชาชนหลังปฏิรูปการศึกษาจะเป็นอย่างไร'/><author><name>tukkie_lisswu</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12143993742964931674</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_zbbnxgoe748/R4rnT1BeJuI/AAAAAAAAAAk/cRU_PC-5Lrc/S220/NHst60850259-02.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
